5 วิธีไล่ความชื้นในห้อง วิธีดูแลบ้านหน้าฝน ให้บ้านไม่อับชื้น ไม่มีกลิ่นอับ

เข้าฤดูฝนแล้ว เมื่อฝนตก อากาศชื่น อาจทำให้บ้านของเราอับชื้นและมีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ อีกทั้งยังเป็นบ่อเกิดแห่งการสะสมของเชื้อโรคอีกด้วย หากไม่รีบกำจัดความชื้นออกไป จะส่งผลเสียต่อสุขภาพให้กับคนในบ้าน อาจทำให้เป็นโรคภูมิแพ้หรือหอบหืดได้ HappyFresh มาแนะนำ 5 วิธีไล่ความชื้นในห้อง ดูแลบ้านหน้าฝน

 

1. มีช่องระบายอากาศภายในห้อง

ผู้หญิงเปิดหน้าต่าง

การทำให้ห้องทุกห้องภายในบ้านมีช่องระบายอากาศ การติดตั้งหน้าต่างและคอยเปิดให้อากาศได้ระบายออกอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ลดปัญหาบ้านอับชื้น ลดการสะสมของเชื้อโรค ที่สำคัญทำให้บ้านไม่มีกลิ่นอับชื้น และหมดปัญหาบ้านร้อนไปเลย


2. ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ

เปิดพัดลมระบายอากาศ

การติดตั้งพัดลมระบายอากาศในห้องที่มีความอับชื้นสูง เช่น ห้องน้ำ หรือ ห้องที่มีกลิ่นคละคลุ้ง เช่น ห้องครัว ช่วยลดปัญหาความอับชื้นภายในบ้านได้เป็นอย่างดี เมื่อเราจะอาบน้ำควเปิดพัดลมระบายอากาศ เมื่ออาบน้ำเสร็จให้เปิดทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อไล่ความชื้นออกจากห้องน้ำ อันเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อราในห้องน้ำที่มีความชื้นสูงได้


3. วางต้นไม้ภายในห้องให้ถูกที่

ปลูกต้นไม้ในร่ม

ต้นไม้ที่สามารถปลูกได้ในร่มมีหลายชนิดด้วยกัน นอกจากจะสร้างบรรยากาศให้ภายในห้องดูร่มรื่น น่าอยู่แล้ว แต่ต้นไม้เหล่านี้จะชอบคายน้ำออกมา ดังนั้นเราควรวางต้นไม้ในที่ที่แดดส่องถึง เพราะต้นไม้นอกจากช่วยฟอกอากาศแล้ว ยังช่วยลดดูดซีบกลิ่นอับชื้นได้ด้วยนะ


4. นำสารดูดความชื้นมาตั้งไว้ในห้อง

สารดูดความชื้น

ในปัจจุบันนี้มีสารดูดความชื้นที่ผลิตขึ้นจากสารธรรมชาติหรือพวกซิลิก้าเจลหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งแนะนำให้ใช้สารดูดความชื้นที่ผลิตจากสารธรรมชาติมากกว่า เพราะนอกจากจะมีประสิทธิภาพดีกว่า ยังปลอดภัยต่อร่างกายของเรามากกว่าอีกด้วย ความข้าวสารก็สามารถดูดความชื้นได้ด้วยนะ

5. งดการอาบน้ำอุ่น

เปิดน้ำฝักบัว

การอาบน้ำอุ่นทำให้เกิดปริมาณไอน้ำเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ ควรงดการอาบน้ำอุ่นถ้าไม่จำเป็น หรือ ปรับอุณหภูมิน้ำให้ต่ำลง เพื่อลดความชื้นสะสมที่เกิดจากในไอน้ำ ที่สะสมในห้องน้ำ

 

นอกจากนี้แล้วการ ดูแลบ้านหน้าฝน ก็ยังเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เพราะการดูแลบ้านให้คงสภาพเดิมช่วงหน้าฝน จะทำให้บ้านของเราสะอาด น่าอยู่ ไร้กลิ่นอับชื้น

วิธีดูแลบ้านหน้าฝน

ฉีดน้ำทำความสะอาดพื้นลานนอกบ้าน

1. หมั่นทำความสะอาดพื้น

ช่วงหน้าฝน น้ำฝนอาจสาดกระจายเข้ามาในบ้าน ทำให้น้ำเจิ่งนองที่พื้น จนเกิดเป็นตะไคร่จับ เมื่อฝนหยุดตกแล้ว เราควรหมั่นทำความสะอาดพื้นให้แห้ง เพื่อไม่ให้พื้นมีเชื้อราหรือคราบตะไคร่ นอกจากจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราแล้ว ยังทำให้สามารถลื่น เกิดอุบัติเหตุได้

2. ล้างรางน้ำและท่อระบายน้ำ

ก่อนฝนตกมักจะมีลมแรง พัดเอาใบไม้ เศษขยะ หรือ สิ่งสกปรกมากองรวมกันตรงรางน้ำ และทำให้ท้อระบายน้ำอุดตันได้ ทำให้ขวางทางระบายน้ำนั่นเอง ดังนั้นเราควรทำความสะอาดรางน้ำและท่อระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตัน

3. ตัดกิ่งไม้ใหญ่

ฝนตกลมแรง บ้านใครที่ปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ มีกิ่งไม้ใหญ่ เมื่อถึงฤดูฝน หากมีพายุ กิ่งไม้อาจโค่นหักลงมา ก่อให้เกิดอันตรายต่อคนในบ้านได้ นอกจากนี้ยังทำให้บ้านมีทรายและใบไม้ร่วงเต็มบ้านไปหมด

4. ทาสีบ้าน

เมื่อฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้กำแพงบ้านมีคราบเหลือง ดูไม่น่ามอง การหาสีทาบ้านที่กันน้ำและกันคราบเหลือง นอกจากจะทำให้บ้านดูใหม่อยู่ตลอดเวลาบ้าน บ้านยังปราศจากคราบเชื้อราและคราบเหลืองอีกด้วย

5. ตั้งเฟอร์นิเจอร์ให้ถูกที่

ถึงแม้ว่าเฟอร์นเจอร์บางชนิดจะออกแบบมาให้ทนฝน ทนแดด ทนน้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป พอถึงฤดูฝน น้ำฝนสาดเข้ามาในบ้าน อาจทำให้เฟอร์นิเจอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทำจากไม้ เกิดเชื้อราได้ ดังนั้นเราควรตั้งเฟอร์นิเจอร์ในที่ที่เหมาะสม ไม่อับชื้น ย้านเฟอร์นิเจอร์ให้อยู่ในมุมที่หลบฝน

 

อย่างไรก็ตาม นอกจากการปฏิบัติตาม 5 วิธีไล่ความชื้นในห้อง แล้วอยากให้ห้องของเรามีกลิ่นหอม ไม่เหม็นอับ ลองทำ DIY สเปรย์ปรับอากาศสกัดจากธรรมชาติ เองดูสิ นอกจากสามารถกำจัดกลิ่นเหม็นอับได้ดีแล้ว ยังทำให้ห้องของมีกลิ่นหอมชวนน่าหลงใหล ที่ทำจากสารสกัดธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วยนะ เพียงเท่านี้บ้านของเราก็ไม่อับชื้น อีกทั้งยังหอมสดชื่น จะ work from home หรือ พักผ่อนในวันหยุดในหน้าฝน ก็สบาย! อ่านบทความเกี่ยวทำการทำความสะอาดบ้านของคุณ เช่น วิธีทำความสะอาดห้องน้ำ หรือ วิธีแก้เสื้อเหม็นอับ ได้ใน บล็อก HappyFresh

cr.happyfresh